ครอบครัวกำลังสร้างพิษอยู่หรือเปล่า กับหนังสือ ’Toxic Parents’
Toxic parent มูฟออนชีวิต ถอนพิษพ่อแม่เผด็จการ หนังสือเล่มนี้เขียนโดย ดร.ซูซาน ฟอร์เวิร์ด และคุณเครก บัก และแปลโดยคุณ เชิญพร คงมา ดร.ซูซาน ฟอร์เวิร์ด เป็นจิตแพทย์ที่ดูแลเคสของลูกที่ถูกทำร้าย ทั

Toxic parent มูฟออนชีวิต ถอนพิษพ่อแม่เผด็จการ
หนังสือเล่มนี้เขียนโดย ดร.ซูซาน ฟอร์เวิร์ด และคุณเครก บัก และแปลโดยคุณ เชิญพร คงมา
ดร.ซูซาน ฟอร์เวิร์ด เป็นจิตแพทย์ที่ดูแลเคสของลูกที่ถูกทำร้าย ทั้งร่างกายและจิตใจ สิ่งที่น่าสนใจของหนังสือเล่มนี้จะมัดรวมประเภทพ่อแม่ที่เป็นพิษหลากหลายประเภทต่าง ๆ
ที่เลือกมาใช้ควบคุมลูก เขียนมาเป็นเคสต่าง ๆ ที่คนเขียนเคยเจอ . . . พ่อแม่คือสถาบันแรกที่เราเกิดมาแล้ว
เป็นสถาบันแรกที่หล่อหลอมให้เราเป็นเราในทุกวันนี้มันปฏิเสธไม่ได้เลยว่า บาดแผล ความรู้สึก ความคิดต่าง ๆ ที่บ่มเพราะเราก็มาจากพ่อแม่อาจจะไม่ทั้งหมดในชีวิตแต่ก็เป็นส่วนสำคัญ
ประเภทของ Toxic parent
- พ่อแม่เทวดา พ่อแม่เทวดาในหนังสือเล่มนี้เปรียบเสมือนว่าจะทำตัวเหมือนเทพ ที่มักเชื่อว่าที่ทำอยู่ทำเพื่อประโยชน์ของลูกแต่จริง ๆ แล้วทำเพื่อตัวเอง คอยตั้งกฎเกณฑ์ ไม่ยอมให้ลูกออกไปใช้ชีวิตหรือทำอะไรเพื่อตัวเอง พอลูกทำผิดกลับมาก็ตำหนิแล้วบอกว่าทำไมไม่เชื่อฟัง
- พ่อแม่ผู้บกพร่อง ที่ไม่เลี้ยงดูลูก ไม่ให้ลูกได้ใช้ชีวิตวัยเด็ก วัยรุ่น และวัยโตอย่างเต็มที่
- พ่อแม่จอมบงการ ชอบดุ ชอบข่ม เช่น “ที่ทำทั้งหมดนี้เพื่อลูก” คำที่ยิ่งใหญ่เขาทำทั้งหมดเพื่อเราเราอย่าทำให้เขาผิดหวังนะ ถึงแม้สิ่งที่เราทำจะเป็นสิ่งที่ฝืนใจ สิ่งที่ไม่ใช่ความฝัน แต่ต้องไปสานฝันของพ่อแม่ คำนี้เหมือนคำที่สวยหรูแต่ไม่ได้สวยหรู
- พ่อแม่ที่ติดอบายมุข กินเหล้าจนเกินเหตุทำให้คนรอบข้างได้รับผลกระทบจากอบายมุขเหล่านั้น
- พ่อแม่จอมตำหนิ ถึงลูกจะทำดีแค่ไหนพ่อแม่ก็หาคำพูดที่ทำร้ายจิตใจลูกเสมอ
- พ่อแม่จอมโหดที่ทำร้ายร่างกาย การตบตี หรือแม้กระทั่งการทำร้ายร่างกายทางอ้อม การที่พ่อทำร้ายร่างกายลูก แล้วแม่ไม่ห้าม คนที่เป็นลูกก็จะรู้สึกถึงการถูกทอดทิ้ง
- ที่สุดแห่งการหักหลังคือ การล่วงละเมิดทางเพศลูก ไม่ว่าจะเป็นลูกชายหรือผู้หญิง อันนี้คือขั้นรุนแรง
หนังสือเล่มนี้ให้ทางออกเมื่อเราเจอพ่อแม่ที่เป็นพิษ มาหลากหลายกรณี ถ้าโดนคนที่ทำไม่ดีใส่โดยเฉพาะถ้าเป็นพ่อแม่ที่เป็นผู้มีพระคุณ
คำว่า ‘ทดแทดบุญคุณ’ เป็นสิ่งที่ลูกต้องแบกไว้ตลอด คงยากที่จะรู้สึกไม่ดี หรือรู้สึกโกรธ บางทีกลับมารู้สึกผิดเอง และรู้สึกว่าไม่ควรมีความรู้สึกนี้เกิดขึ้นด้วยซ้ำ
แต่อะไรที่มันมากเกินไปเราไม่จำเป็นต้องให้อภัยก็ได้นะ จดจำไว้เสมอว่า เราไม่สามารถทำให้ใครรู้สึกอะไรได้ทั้งนั้น
ทุกคนมีหน้าที่รับผิดชอบความรู้สึกของตัวเอง สิ่งที่ตัวเองเลือก เรามีหน้าที่ต้องหาทางออกให้ตัวเองเมื่อรู้สึกเวลามีใครมาทำร้าย พ่อแม่ก็มีหน้าที่ที่ต้องหาทางออกนี้เหมือนกัน
สิ่งสุดท้ายไม่ใช่แค่ในฐานะลูก แต่ในฐานะถ้าเราเป็นพ่อแม่อยู่หรือจะในฐานะไหนก็ตาม ลองถามว่าตัวเราเองว่าเราอยากอยู่กับคนนี้จริง ๆ หรอ
คนที่ทำนิสัย พฤติกรรมเหล่านี้ อยู่แล้วสุขสบายใจไหม หรือหนักใจ ทุกข์ใจ ถ้าคำตอบเป็นแบบหลัง เมื่อเราโตขึ้นแล้ว
เราสามารถดูแลตัวเองการตัดวงจร แยกออกมาเพื่อตัวเราเองปล่อยวางแล้วก้าวต่อไปเพื่อความสุขของตัวเองดีกว่า